[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by ## MAXSITE 1.10 plus ##
    [ ดูบทความทั้งหมด ]
 
  Tag : ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ กศน.: ข้าราชการ กศน: การศึกษา

 

  

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4 เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันที่ 14 พ.ค.55  คุณเขมิกา พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ จากลพบุรี  ถามผมทางอีเมล์ว่า  เงินเดือนบรรณารักษ์ในเดือนกุมภาพันธ์ ตอนแรกก็ทำเบิกไปปกติ 7,940 แต่จังหวัดแจ้งว่ามีงบจัดสรรเงินเดือนใหม่เป็น 9,140  ก็กลับมาเปลี่ยนชุดเบิก  ต่อมาถึงเดือนเมษายน หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ส่งผู้ตรวจสอบมาตรวจ เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง การเงินจังหวัดเลยเรียกเงินในเดือน ก.พ คืน โดยให้เหตุผลว่า หนังสือมาเดือนมีนา แล้วจะย้อนหลังได้อย่างไร เงินเดือน ก.พ ก็เลยได้ไป 7940 เท่าเดิม โดยทำเรื่องคืนส่วนที่เกินไป  สงสัยว่าจังหวัดอื่นต้องคืนแบบนี้รึเปล่า ถ้าเหมือนกันทุกจังหวัดก็โอเค แต่ถ้าไม่แล้วเป็นเพราะอะไร

             ผมตอบว่า   ระเบียบเป็นไปตามที่ผู้ตรวจสอบภายใน กศน.บอก คือ การซื้อการจ้าง ตามระเบียบพัสดุ” จะทำย้อนหลังไม่ได้  หนังสือจัดสรรงบประมาณมาเดือนมีนาคม ทำเรื่องจ้างหรือเปลี่ยนแปลงสัญญาจ้างในเดือนมีนาคมจะขึ้นค่าจ้างย้อนหลังไป เดือนกุมภาพันธ์ไม่ได้   จังหวัดไหนที่หน่วยตรวจสอบฯไม่เข้าตรวจก็อาจจะเบิกจ่ายทำผิดต่อไป ซึ่งก็ไม่แน่ว่าในอนาคต หน่วยตรวจสอบฯจะไปตรวจเจอแล้วให้คืนเงินหรือไม่

 

 

 

         2. วันที่ 16-17 พ.ค.55 ผมไปเข้าร่วม “ประชุมชี้แจงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานเทียบระดับการ ศึกษา” ณ โรงแรมอะเดรียติคพาเลซ กรุงเทพฯ  ( เดินทางตั้งแต่บ่ายวันที่ 15 พ.ค.  ไปกับรถตู้ที่ สนง.กศน.จ.อย. จัดให้ไปส่งไปรับ 2 คัน )   เป็นการประชุมชี้แจงสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับการศึกษาแบบเดิม 470 แห่ง   ( ท่านเลขาธิการ กศน.บอกว่า การเทียบระดับแบบจบ ม.6 ใน 8 เดือน ก็จะให้ดำเนินการโดยสถานศึกษาเทียบระดับเดิม 470 แห่งนี่แหละ )
             ในวันที่ 16 พ.ค.55 อ.สุพจน์ ศน.สนง.กศน.จ.สระบุรี  เขียนในเว็บบล็อกผมที่ gotoknow.org นี้ว่า  อยากให้เปรียบเทียบการเทียบระดับแบบ ม.ปลาย 8 เดือน กับการเทียบระดับแบบเดิม และการเรียนประเภทพบกลุ่มและประภท ทก (สถาบันฯทางไกล) ถึงข้อดีข้อเสีย คุณสมบัติ เวลา ค่าใช้จ่าย

             ผมเคยเขียนเปรียบเทียบความแตกต่างของการเทียบระดับแบบเดิม กับแบบจบ ม.6 ภายใน 8 เดือน ไว้บ้างแล้วในข้อ 1 ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/486491

             แต่ละรูปแบบ จะมีทั้งความเหมือน ความคล้าย และความแตกต่างกัน  เช่น


             ก. การเทียบระดับแบบเดิม

                1)  รับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป  มีอาชีพที่เลี้ยงตนเองหรือครอบครัวได้มาแล้ว 1 ปี ไม่รับพระภิกษุ
                2)  เทียบระดับ ทีละระดับ ( ถึงแม้ด้านประสบการณ์จะสามารถได้คะแนนข้ามระดับได้ แต่ด้านความรู้ฯยังจะต้องลงทะเบียนเทียบระดับตามลำดับขั้นทีละระดับ คือระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย )   ปกติให้ใช้เวลาระดับละ 6 เดือน  แต่ถ้าไม่นับช่วงประชาสัมพันธ์-รับสมัคร ก็ใช้เวลาเพียงระดับละประมาณ 4 เดือน  ปีหนึ่งผู้ขอเทียบระดับสามารถขอเทียบระดับได้ 2 ครั้ง จึงอาจผ่าน 2 ระดับได้ใน 1 ปี   ใช้เวลาน้อยกว่าการเรียนตามหลักสูตรฯแบบพบกลุ่มหรือแบบทางไกล
                3)  เนื้อหาด้านความรู้ฯ แบ่งเป็น 6 มาตรฐาน หรือ 6 วิชา คะแนนทุกวิชาถัวกันได้ เช่นได้คะแนนภาษาอังกฤษน้อยแต่ได้คะแนนวิชาอื่นมาก ก็ผ่านได้   ด้านประสบการณ์ เน้นการพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน   ( เนื้อหาจะง่ายกว่าแบบจบ ม.6 ใน 8 เดือน )
                4)  เน้นการไปประเมินเชิงประจักษ์ยังสถานที่ประกอบอาชีพจริง  จึงสมัครเทียบระดับได้เฉพาะสถานศึกษาที่เป็นเขตที่ตั้งของสถานที่ประกอบ อาชีพ
                5)  มีพี่เลี้ยงอย่างไม่เป็นทางการ มีการเตรียมความพร้อมก่อนสอบบ้าง แต่ไม่มีการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการ
                6)  วุฒิที่ได้ เท่ากับจบในระบบ แต่ไม่มีเกรด จึงนำไปเรียนต่อในระบบแอดมิชชั่นไม่ได้  เรียนต่อมหาวิทยาลัยปิดได้ในบางหลักสูตรที่ไม่มีการแข่งขันหรือคัดเลือกโดย พิจารณาเกรดประกอบ  แต่เรียนต่อมหาวิทยาลัยเปิด ( มสธ. ม.รามฯ ) ได้
                7)  ค่าลงทะเบียน 1,500 บาท  ( มีงบประมาณสมทบหัวละ 1,500 บาท  รวมเป็น 3,000 บาท )
                สรุป  รูปแบบนี้เหมาะสำหรับ ผู้ใหญ่ ที่มีการพัฒนาอาชีพ มีการพัฒนาสังคมและชุมชน  มีความรู้ในแต่ละระดับอยู่แล้ว  ต้องการวุฒิการศึกษาโดยเร็ว ไม่เน้นเรียนต่อในมหาวิทยาลัยปิด   ข้อดีคือได้วุฒิเร็ว ข้อเสียคือต้องเสียค่าลงทะเบียน 1,500 บาท   ( การเทียบระดับประถม ต้องเลือกรูปแบบนี้  ผู้ที่มีวุฒิ ม.ต้นแล้ว ก็ควรเลือกเทียบระดับ ม.ปลาย รูปแบบนี้ )


             ข. การเทียบระดับแบบจบ ม.6 ใน 8 เดือน 
( ใช้กฎหมายการเทียบระดับฯฉบับเดียวกับการเทียบระดับแบบเดิม )
                1)  รับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  มีอาชีพที่เลี้ยงตนเองหรือครอบครัวได้มาแล้ว 3 ปี รับพระภิกษุสามเณรด้วย

                2)  ไม่รับเทียบระดับประถม แต่รับผู้ที่มีวุฒิ ป.6 มาเทียบข้ามระดับให้ได้ ม.ปลายเลย   ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน แต่ถ้ายังผ่านไม่ครบ 9 วิชา ก็สะสมวิชาที่ผ่านแล้วไว้ได้ 5 ปี บางคนอาจต้องใช้เวลาถึง 5 ปี จึงผ่านครบ 9 วิชา จึงได้วุฒิ ม.ปลาย
                3)  เนื้อหาแบ่งเป็น 9 วิชา  ต้องผ่านทุกวิชา คะแนนถัวกันไม่ได้  ทั้งวิชาภาษาอังกฤษ  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  วิจัย  ฯลฯ  ต้องได้คะแนน 60 % ขึ้นไปทุกวิชา   ( เนื้อหารวม จะยากกว่าเทียบระดับแบบเดิม )   ใช้เวลาน้อยกว่าการเรียนตามหลักสูตรฯแบบพบกลุ่มหรือแบบทางไกล
                4)  ไม่ประเมินด้านประสบการณ์  สามารถไปสมัครเทียบระดับที่ใดก็ได้ทั่วประเทศ
                5)  มีสื่อ ( หนังสือ ) และครูที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ มีการติว การเรียนการสอนเป็นทางการ
                6)  วุฒิที่ได้ เท่ากับจบในระบบ แต่ไม่มีเกรด จึงนำไปเรียนต่อในระบบแอดมิชชั่นไม่ได้  เรียนต่อมหาวิทยาลัยปิดได้ในบางหลักสูตรที่ไม่มีการแข่งขันหรือคัดเลือกโดย พิจารณาเกรดประกอบ  แต่เรียนต่อมหาวิทยาลัยเปิด ( มสธ. ม.รามฯ ) ได้
                7)  ค่าลงทะเบียน 1,500 บาท  ( มีเงินงบประมาณปี 2556 สมทบหัวละ 3,000 บาท  รวมเป็น 4,500 บาท )
                สรุป  รูปแบบนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ประกอบอาชีพแล้ว 3 ปีขึ้นไป  มีความรู้ในระดับ ม.ปลายอยู่แล้ว หรือมีความสามารถที่จะเรียนรู้ในระยะเวลาสั้น  ต้องการวุฒิการศึกษาโดยเร็ว ไม่เน้นเรียนต่อในมหาวิทยาลัยปิด   ข้อดีคือได้วุฒิเร็ว เข้าร่วมกระบวนการรอบเดียวข้ามระดับ ม.ต้น ได้ ม.ปลายเลย  ข้อเสียคือเนื้อหายากที่จะผ่านครบ 9 วิชา และต้องเสียค่าลงทะเบียน 1,500 บาท


             ค. การเรียนตามหลักสูตรฯ แบบพบกลุ่ม
                1)  รับผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่อายุต่ำกว่าแต่มีความจำเป็นไม่สามารถเรียนในระบบได้  ไม่ต้องมีอาชีพ

                2)  ให้เรียนตามลำดับขั้น ทีละระดับ คือระดับ ประถม ม.ต้น ม.ปลาย
                3)  เนื้อหาแบ่งเป็นหลายรายวิชา คล้ายในระบบโรงเรียน ปกติจะใช้เวลา 2 ปี มากกว่าการเทียบระดับ  แต่ปัจจุบันปรับให้สามารถเรียนจบในแต่ละระดับได้ภายใน 1 ปี ( 2 ภาคเรียน ) ด้วยการเน้นให้เทียบโอนความรู้เพื่อไม่ต้องเรียนในบางรายวิชา และ เพิ่มจำนวนหน่วยกิตในการเรียนแต่ละภาคเรียนให้มากขึ้น
                4)  ต้องผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ เช่นทำกิจกรรม กพช.   สามารถสมัครเรียนที่ใดก็ได้
                5)  มีสื่อ ( หนังสือ ) และครูประจำกลุ่มอย่างเป็นทางการ มีการพบกลุ่ม สอนเสริม   ถึงแม้อาจจะใช้เวลามากกว่าการเทียบระดับแต่มีโอกาสเรียนจบมากกว่า เพราะมีคะแนนระหว่างภาคเป็นคะแนนช่วย
                6)  วุฒิที่ได้ เท่ากับจบในระบบ และมีเกรด จึงนำไปเรียนต่อในระบบแอดมิชชั่น และเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ 
                7)  เรียนฟรี  ( มีเงินงบประมาณอุดหนุนรายหัว )
                สรุป  รูปแบบนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่อายุไม่มาก มีอาชีพหรือไม่มีอาชีพก็ได้  ยังไม่มีความรู้ในแต่ละระดับ ศึกษาด้วยตนเองไม่ค่อยเข้าใจ มีเวลาพบกลุ่ม ต้องการความรู้และโอกาสเรียนจบมากกว่าการเทียบระดับ ไม่ถนัดการเรียนทางไกล การใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต  อาจเรียนต่อในมหาวิทยาลัยปิด   ข้อดีคือมีโอกาสเรียนจบมาก เรียนฟรี  ข้อเสียคือใช้เวลามากกว่าแบบเทียบระดับ มีขั้นตอนมากเช่นต้องทำกิจกรรม กพช. มีหลายรายวิชา ยุ่งยากในการประเมินผลหลายรายวิชา


             ง. การเรียนตามหลักสูตรฯ แบบทางไกล
ของสถาบันการศึกษาทางไกล  ( หลักสูตรเดียวกันกับแบบพบกลุ่ม )

                1)  รับผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่อายุต่ำกว่าแต่มีความจำเป็นไม่สามารถเรียนในระบบได้  มีอาชีพหรือไม่มีอาชีพก็ได้
                2)  รูปแบบนี้ในประเทศไม่รับระดับประถม   ให้เรียนตามลำดับขั้น ทีละระดับ คือระดับ ม.ต้น ม.ปลาย
                3)  เนื้อหาแบ่งเป็นหลายรายวิชาคล้ายในระบบโรงเรียน ปกติจะใช้เวลา 2 ปี มากกว่าการเทียบระดับ  แต่ปัจจุบันปรับให้สามารถเรียนจบในแต่ละระดับได้ภายใน 1 ปี ( 2 ภาคเรียน ) ด้วยการเน้นให้เทียบโอนความรู้เพื่อไม่ต้องเรียนในบางรายวิชา และ เพิ่มจำนวนหน่วยกิตในการเรียนแต่ละภาคให้มากขึ้น
                4)  ต้องผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ   แต่สถาบันการศึกษาทางไกลพัฒนาแต่ละเงื่อนไขให้สะดวก เช่น การเทียบโอนผลการเรียนจากการประเมินความรู้และประสบการณ์ ใช้วิธีทดสอบเพียงอย่างเดียว  การทำกิจกรรม กพช.มีความชัดเจน  การเก็บคะแนนระหว่างภาคใช้วิธีให้สอบแบบอัตนัยที่บ้านเพียงอย่างเดียว   จนสะดวกและง่ายกว่าการเรียนแบบพบกลุ่มเสียอีก
                5)  มีสื่อผสมที่ละเอียด เพื่อการศึกษาด้วยตนเอง และมีครูประจำวิชาอย่างเป็นทางการ ไม่ต้องพบกลุ่ม จะเข้ารับการสอนเสริมหรือไม่ก็ได้   ถึงแม้อาจจะใช้เวลามากกว่าการเทียบระดับแต่มีโอกาสเรียนจบมากกว่า เพราะมีคะแนนระหว่างภาคเป็นคะแนนช่วย  ( มีวิชาบังคับเลือก ที่เหมาะสำหรับการศึกษาต่อ )
                6)  วุฒิที่ได้ เท่ากับจบในระบบ และมีเกรด จึงนำไปเรียนต่อในระบบแอดมิชชั่น และเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ 
                7)  เรียนฟรี  ( มีเงินงบประมาณอุดหนุนรายหัว )
                สรุป  รูปแบบนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่อายุไม่มาก ศึกษาด้วยตนเองได้  ต้องการไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น มีอาชีพหรือไม่มีอาชีพก็ได้  ยังไม่มีความรู้ในแต่ละระดับ ไม่มีเวลาพบกลุ่ม ต้องการความรู้และโอกาสเรียนจบมากกว่าการเทียบระดับ  ถนัดการเรียนทางไกล การใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต   ข้อดีคือมีโอกาสเรียนจบมาก เรียนฟรี สะดวกในการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ข้อเสียคือใช้เวลามากกว่าแบบเทียบระดับ ต้องมีวินัยในตนเอง รับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

 

         3. วันที่ 18 พ.ค.55  ผมคุยกับ กจ.กศน. 2 เรื่อง คือ
             3.1  คุย กับ อ.เบญจางค์เรื่องโครงการพัฒนาครูสู่ประชาคมอาเซียน ( ไปต่างประเทศ 1 เดือน )  ได้รับข้อมูลว่าเป็นโครงการทางการเมืองของท่าน รมช.ศธ.  กจ.ติดต่อถามไปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ  จึงไม่ต้องคอยแล้ว คงไม่ได้ไปแล้ว   ( ผมต้องขอแสดงความเสียใจและขอโทษผู้ที่ได้รับคัดเลือกด้วย  ผมเองก็มีส่วนร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกของ จ.พระนครศรีอยุธยา และนำผลการคัดเลือกมาบอก )

             3.2  คุย กับ อ.อุบลวรรณ เรื่องการให้ครู กศน. เรียน ป.บัณฑิต  ได้รับข้อมูลว่าคุรุสภากำลังจะแจ้งคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เรียนมา   ( เรื่องนี้ผมเกรงว่าคุณสมบัติจะต้องมี “ใบอนุญาตให้ปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”  ซึ่ง กศน.อำเภอบางแห่งขออนุญาตคุรุสภาไว้ แต่หลายแห่งไม่ได้ขออนุญาตไว้ อาจทำให้ไม่มีสิทธิเรียน )

 

         4. วัน เดียวกัน ( 18 พ.ค. ) คุณวาสนา ถามผมทางอีเมล์ผ่าน gotoknow.org  ว่า  รายวิชาเลือกทั้งหมด ที่มีการปรับปรุงข้อมูลล่าสุดปี 2555 มีไหม สามารถดูได้ที่ไหน
             ผมตอบว่า   รายวิชาเลือก มีเพิ่มอยู่ตลอดเวลา แต่ละสถานศึกษาก็สร้างเองได้   ลองเข้าไปดูที่
http://203.172.142.230/nfe_reserve/backend/control.php   คลิกที่ ระบบค้นหาข้อมูล --> ระบบค้นหาข้อมูลหลักสูตรวิชาเลือก


  


   เข้าชม : 1411   [ ขึ้นบน ]
 


www.krukorsornor , ครู กศน.คอม ,ครู กศน , ครู nfe , พนักงานราชการ กศน. ,ข่าวการศึกษา, แจก code ข่าว , แจกโค๊ดข่าวการศึกษา, แจก code ข่าวการศึกษา ,ข้อสอบผู้บริหร กศน , ครูผุ้ช่วย กศน. , ครุกศน, ครูอาสา กศน.,ครูอาสาสมัคร
หนังสือราชการ กศน.ที่นี่ [อ่านทั้งหมดที่นี่]

..
 
คลังข้อสอบครู กศน./พนักงานราชการ กศน./ครูผู้ช่วย กศน. [ดูแนวข้อสอบทั้งหมด ที่นี่]
พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับ กศน. [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]
พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับการศึกษา. [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]
สาระน่ารู้กับครูเอกชัย..... [ดูบทความทั้งหมด ที่นี่]


บทความ กศน.ล่าสุด  

1.พนักงานราชการเสียชีวิต ได้อะไร, 2.จ่ายเบี้ยประชุมกรรมการสถานศึกษาไปแล้ว ทำอย่างไร
โปรแกรมเทียบระดับสูงสุดฯ (KSM) รุ่น 1.4 ( 12 ส.ค.57 )
สนง.กศน.กทม รับสมัครพนักงานราชการทั่วไป ตั้งแต่ 25-29 สิงหาคมนี้เท่านั้น
กศน.จังหวัดกาญจนบุรี รับสมัครนักวิชาการตรวจสอบภายใน
กศน.จังหวัดเพชรบุรี รับสมัครพนักงานราชการ จำนวน 8 อัตรา
กศน.จังหวัดสตูล รับสมัครพนักงานราชการทั่วไป 2 อัตรา
กศน.จังหวัดนครพนม รับสมัครพนักงานราชการ จำนวน 12 อัตรา
กศน.ลำปาง รับสมัครพนักงานราชการทั่วไป 3 ตำแหน่ง 15 อัตรา
ศฝช.สุรินทร์ เปิดสอบพนักงานราชการ 4 ตำแหน่ง 5 อัตรา
กศน.จังหวัดตรัง เรื่องรับสมัครพนักงานราชการทั่วไป ครู กศน.ตำบล 1 ตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 22-27 กค. 57

ข่าวด่วน กศน.ล่าสุด  


ข่าวทั่วไปล่าสุด  


อังกฤษวันละคำล่าสุด  

 

เว็บครู กศน. ดอทคอม www.krukorsornor.com
เว็บไซต์เล็กๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการ
ทำงานและใช้เป็นช่องทางในการรับข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ทันสมัย
เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนมาใช้ในการปฎิบัตงาน

  | ADMIN | สำนักงาน กศน. | กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ | กลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ | ศูนย์ฯ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ(ศกพ.) | สถาบันการศึกษาทางไกล | สถาบัน กศน. กทม. |สถาบัน กศน.ภาคเหนือ| สถาบัน กศน.ภาคกลาง |สถาบัน กศน.ใต้ |กศน.ภาคตะวันออก |กศน.อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | กระทรวงศึกษาธิการ | สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร | เปิดสอบตำรวจ ทหาร ปี 2557