[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by ## MAXSITE 1.10 plus ##
   


 
ปัญหาหนี้สินของครูอีกแล้ว? .
>> โพสเมื่อวันที่ : พุธ ที่ 8 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555
 

 

  

          สายพิน แก้วงามประเสริฐ
          ปัญหาหนี้สินของครูอีกแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารประเทศ หรือรัฐมนตรีคนใดจะมาว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายแก้ปัญหาหนี้สินของครูเป็นนโยบายยอดฮิตติดตลาดกันทีเดียว ที่ต้องประกาศให้ตูมตามว่าจะต้องแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครู แต่พบว่ายังไม่มีรัฐบาลใดแก้ปัญหาได้เช่นกัน
          การที่ครูมีหนี้เป็นเรื่องระดับชาติจริงๆ? หนี้ที่ครูมีเป็นปัญหาจริงๆ? หากพิจารณาข้อมูลปีที่ผ่านมาพบว่า ครูที่มีปัญหาการผ่อนชำระเงินกู้ รวมในหลายโครงการเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ครูส่วนใหญ่ที่มีหนี้ไม่ได้มีปัญหาการผ่อนชำระเงินกู้
          แสดงว่าครูส่วนใหญ่สามารถจัดการหนี้สินของตนเองได้ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ช่วยเหลือก็คงไม่เป็นไรเพราะที่ผ่านมาพบว่าไม่มีรัฐบาลใด ได้ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครูอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึงอยู่แล้วมีเพียง การป่าวประกาศตอกย้ำเรื่องหนี้สินของครูให้ใหญ่โตมากกว่าการช่วยเหลือ
          การกล่าวเป็นภาพรวมว่าครูมีหนี้มากกว่าข้าราชการใดๆ คงไม่ผิด เพราะครูมีจำนวนหลายแสนคน และต้องพิจารณาหลายประการว่าหนี้ของครูเป็นปัญหาจริงๆ หรือไม่ ในเมื่อครูส่วนใหญ่สามารถจัดการผ่อนชำระเงินกู้ของตนเองได้โดยไม่เดือดร้อน ใคร
          ประการต่อมา กระทรวงศึกษาธิการหรือรัฐบาลมีข้อมูลแค่ไหนว่าครูกู้เงินไปทำอะไรบ้าง มีครูสักกี่คนที่กู้เงินไปเที่ยวเตร่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ครูกี่คนกู้เงินไปซื้อบ้าน ปลูกบ้าน ครูกี่คนกู้เงินไปซื้อรถกู้ไปประกอบอาชีพเสริม เช่น ทำการเกษตร กู้ไปส่งลูกเรียนหนังสือ สรุปแล้วกระทรวงศึกษาธิการมีข้อมูลที่ชี้ชัดหรือว่าครูกู้เงินไปใช้ในสิ่ง ที่ไม่เป็นประโยชน์
          การที่ครูจำเป็นต้องมีบ้าน รถ ส่งลูกเรียนหนังสือสูงๆ แสดงถึงความฟุ้งเฟ้อหรืออย่างไร โดยเฉพาะกรณีรถเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะครูไม่มีรถประจำตำแหน่ง ไม่มีรถโรงเรียนมาคอยให้บริการครูน้อย เวลาไปอบรมสัมมนา หรือพานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม บางครั้งหากครูไม่มีรถส่วนตัวเพื่อพานักเรียนไปร่วมกิจกรรมก็ไม่สะดวกแม้ว่า บางโรงเรียนจะมีรถโรงเรียนก็ตาม แต่จำนวนรถกับจำนวนคนใช้ไม่สมดุลกัน อีกทั้งโรงเรียนเล็กๆ ในชนบทไม่มีรถโรงเรียน เพื่อความสะดวก รวดเร็วและคล่องตัวในการเดินทางหรือพาเด็กเข้าร่วมกิจกรรมก็ใช้รถครูนี่แหละ ซึ่งบางทีแทบไม่มีใครมาดูแลเรื่องค่าน้ำมันรถ ดังนั้น การที่ครูกู้เงินเพื่อซื้อรถเป็นความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ?
          นอกจากเงินเดือน เงินวิทยฐานะอีกไม่มากครูไม่ได้มีรายได้อื่นจากการเป็นครู เพราะครูส่วนใหญ่ไม่ได้สอนพิเศษ ไม่มีผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้แต่การทำงานนอกเวลาราชการ ทั้งหลังเลิกเรียน วันเสาร์ อาทิตย์ ครูไม่ได้ค่าล่วงเวลา หรือแม้แต่การไปราชการต่างจังหวัดเพื่ออบรมสัมมนาการเบิกค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการ เป็นค่ารถยนต์โดยสารก็เบิกโดยประหยัดตามที่จ่ายจริง
          การที่ครูมีหนี้สินรวมๆ กันเป็นจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย หรือใช้ชีวิตที่หรูหราเกินเหตุ รวมทั้งไม่พบข้อมูลใดๆ ที่บ่งชี้ว่าการเป็นหนี้ของครูมีผลกระทบต่อการเรียนการสอน หรือทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของครูลดลง
          ดังนั้น ปัญหาหนี้สินของครูแต่ละคน หากมองให้เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องบริหารจัดการเองแล้ว ก็ไม่เป็นปัญหาอันใดที่ผู้หลักผู้ใหญ่จะต้องถือเป็นนโยบายสำคัญอะไรระดับ กระทรวง มากกว่าเอาเวลาไปคิดนโยบายที่ทำอย่างไรคุณภาพการศึกษาจะดีกว่านี้ ควรใช้คนระดับมันสมองไปคิดวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษามากกว่าแก้ปัญหาหนี้สิน ให้กับครู
          รวมทั้งแนวคิดที่นำเสนอต่อสาธารณะ ทำให้ครูไม่แน่ใจว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครู หรือประจานครู โดยเฉพาะแนวคิดของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการที่กล่าวว่า "จะลดรายจ่ายของครู โดยให้ครูเข้าวัด อบรมธรรมะ เพื่อให้คิดเป็น ทำเป็น" เป็นแนวความคิดที่ดูถูกครูมาก
          การเป็นหนี้แสดงถึงความไม่มีธรรมะอย่างไร?การมีหนี้แสดงว่าครูคิดไม่เป็น อย่างไร ถ้าการเป็นหนี้เป็นความจำเป็นในชีวิต ในเมื่อครูแต่ละคนไม่ได้เกิดมาพร้อมช้อนเงินช้อนทอง ในเมื่อครูถูกสังคมทำให้ตระหนักว่าต้องเสียสละ ไม่สามารถไปเรียกร้องเงินทองอื่นใด นอกจากเงินเดือนที่รับไปแต่ละเดือน ซึ่งครูส่วนใหญ่ต่างทุ่มเทสอนเด็กให้เติบโตเป็นคนดีเป็นจำนวนไม่น้อย จนลูกศิษย์ได้ดิบได้ดีเป็นใหญ่เป็นโต แต่การที่ครูยังมีหนี้ ครูไม่มีคุณธรรมตรงไหน จนต้องส่งไปอบรมบ่มนิสัย
          หากกระทรวงศึกษาธิการจะจัดอบรมธรรมะให้ครูจำนวนกว่า 400,000 คน ถ้าอบรม 3 วัน ค่าใช้จ่ายในการอบรมเป็นค่าอาหาร ค่าวิทยากร ค่าสถานที่ในการอบรมน่าจะประมาณคนละ 200 บาท เหมือนที่นักเรียนเข้าค่ายพุทธบุตร
          ดังนั้น ค่าเข้าค่ายอบรมธรรมะของครูทั่วประเทศต้องใช้งบประมาณถึง 80 ล้านบาท หากใช้งบประมาณจำนวนเท่านี้ ด้วยการอบรมบ่มนิสัยจะแก้ปัญหาหนี้สินครูได้หรือ ที่สำคัญสาเหตุที่ครูเป็นหนี้เกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรมตรงไหน? และการให้ครูเข้าวัดเป็นการลดรายจ่ายตรงไหน ในเมื่อรายจ่ายที่ครูจ่ายไปไม่ได้เกิดจากความฟุ้งเฟ้อ
          หากรัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะแก้เรื่อง หนี้สินให้กับครูจริงๆ ทำวิธีอื่นดีกว่าไหม ที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูด้วย ไม่ใช่ครูเป็นหนี้แล้วส่งไปวัด ไปอบรมธรรมะ ทำเหมือนครูไม่มีคุณธรรมจึงเป็นหนี้ คิดได้ไง?
          หากจะช่วยเหลือครูให้ลดภาระหนี้สิน มีวิธีการทำตั้งหลายอย่างมากกว่าการเข้าวัด เพราะปกติครูก็เข้าวัดกันอยู่แล้ว ทั้งไปเอง และพานักเรียนเข้าค่ายพุทธบุตร วิธีการช่วยเหลือครูทำได้ทั้งการจัดสวัสดิการให้ทุนการศึกษาแก่ลูกครู ทั้งที่ข้าราชการหน่วยงานอื่นทั้งตำรวจ ทหาร สื่อมวลชนยังมีองค์กรจัดทุนการศึกษาให้กับบุตรของบุคลากรในหน่วยงาน
          แล้วกระทรวงศึกษาธิการจัดสรรทุนการศึกษาให้กับลูกครูอย่างทั่วถึงหรือไม่
          การช่วยเหลือด้วยการให้สวัสดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แม้แต่องค์กรเกี่ยวกับครูที่นำเงินส่วนที่ครูจ่ายเป็นค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ไป ให้ครูกู้ ทั้งชพค.และสหกรณ์ก็ไม่ได้คิดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำกว่านี้เพื่อให้ครูมี ภาระน้อยลง แต่ต่างปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่มุ่งหวังผลกำไร
          นอกจากนี้การกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครูทำผลงานทางวิชาการด้วยการเขียนรายงานการ ใช้นวัตกรรมแบบ 5 บทคล้ายๆ การทำวิทยานิพนธ์คนที่จะเขียนได้มักจะต้องจบปริญญาโท เมื่อเป็นเช่นนี้อาจทำให้เกิดช่องทางทำมาหากินของคนบางพวก ด้วยการรับจ้างทำผลงานทางวิชาการตามที่เป็นข่าวเล่าลือกันอยู่ทั่วไป ทำให้ครูต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินหลายหมื่นบาท หากการทำผลงานทางวิชาการกำหนดให้ทำในสิ่งที่ครูทำได้ นำเสนอการทำงานแบบที่ครูทำจริงๆ ว่าทำอะไรบ้าง ไม่ต้องเขียนคำบรรยายรายงานให้ยุ่งยากเกินความสามารถ ครูก็ไม่ต้องเสียเงินจ้างให้เป็นหนี้สิน
          อีกทั้งการที่จะให้ครูจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อลดรายจ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น เกิดจากทัศนคติที่คิดว่าครูเป็นหนี้เพราะใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งความคิดเช่นนี้มีฐานข้อมูลรองรับหรือไม่ เป็นเพียงจินตนาการไปเองว่าคนเป็นหนี้ย่อมต้องใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายสมควรถูก ประณามอย่างนั้นหรือ
          หากพิจารณาให้ถ่องแท้จะพบว่าครูส่วนใหญ่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยแต่ดั้งเดิม อีกทั้งไม่อยู่ในฐานะที่จะแสวงหาผลประโยชน์ให้งอกเงยจนร่ำรวยได้ การมีบ้านมีรถตามควรแก่ฐานะ การมีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ หรือจุนเจือญาติพี่น้องบ้าง บางครั้งอาจต้องกู้ยืมมาสร้างครอบครัว และการเป็นหนี้ที่สามารถผ่อนชำระหนี้ด้วยตนเองได้นั้น เป็นปัญหาอย่างไรหรือ ในเมื่อครูที่เป็นหนี้แต่ละคนล้วนทำหน้าที่ของตนเองเต็มความรู้ความสามารถ โดยไม่เคยนำเรื่องการมีหนี้มาเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของตนแต่อย่างใด
          หากกระทรวงศึกษาจะช่วยแบ่งเบาภาระของครู คงไม่ต้องถึงขั้นแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครูแต่อย่างใด แต่ควรช่วยสร้างขวัญและกำลังใจในการประกอบอาชีพ ด้วยการจัดสวัสดิการต่างๆ ให้แก่ครูได้ทัดเทียมกับอาชีพอื่นๆ ที่มีสวัสดิการดีกว่านี้
          รวมทั้งการดูแลข้าราชการครูสูงอายุที่ไม่ได้ทำผลงานทางวิชาการ แล้วมีเงินเดือนเต็มขั้น บุคคลเหล่านี้รับใช้ชาติมาเป็นเวลานาน มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสอน เป็นตัวอย่างของความขยันอดทนในการทำงาน แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลทั้งที่เป็นบุคลากรที่สำคัญเป็นประโยชน์ต่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์มากที่อาจหาไม่ได้ในคนรุ่นใหม่ แต่รัฐกลับปล่อยให้คนเหล่านี้เกิดความเบื่อหน่ายท้อถอยในการทำงานจนต้อง เกษียณอายุก่อนกำหนด เพียงเพราะนึกถึงตัวเลขของเงินที่ประหยัดลง
          ถ้าหากครูเหล่านี้สามารถมีเงินเดือนลื่นไหลไปอีกลู่หนึ่งได้ ย่อมทำให้เกิดขวัญและกำลังใจในการทำงาน ซึ่งเป็นการรักษาบุคลากรที่มีค่าในวงการศึกษาของชาติต่อไป และยังเป็นการแบ่งเบาภาระหนี้สินของครูให้ลดน้อยลงไปด้วย
          โดยที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องมากังวลกับหนี้สินของครู เพราะครูสามารถบริหารจัดการหนี้ของตนเองได้ รัฐมนตรีจะได้ใช้เวลาไปกับการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เจริญก้าวหน้า ให้สมกับได้ชื่อว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อพัฒนาชาติ

          --มติชน ฉบับวันที่ 9 ก.พ. 2555 (กรอบบ่าย)--

 





www.krukorsornor , ครู กศน.คอม ,ครู กศน , ครู nfe , พนักงานราชการ กศน. ,ข่าวการศึกษา, แจก code ข่าว , แจกโค๊ดข่าวการศึกษา, แจก code ข่าวการศึกษา ,ข้อสอบผู้บริหร กศน , ครูผุ้ช่วย กศน. , ครุกศน, ครูอาสา กศน.,ครูอาสาสมัคร



ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ กศน.ที่นี่ [อ่านทั้งหมดที่นี่]

..
 
วีดีโอเพื่อการศึกษาการฝึกอาชีพ / สนับสนุนโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน [ดูวีดีโอทั้งหมดที่นี่]
คลังข้อสอบครู กศน./พนักงานราชการ กศน./ครูผู้ช่วย กศน. [ดูแนวข้อสอบทั้งหมด ที่นี่]
พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับ กศน. [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]
พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับการศึกษา. [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]
สาระน่ารู้กับครูเอกชัย..... [ดูบทความทั้งหมด ที่นี่]
แสดงความคิดเห็น :

 

ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

  ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป  




ข่าวด่วน กศน.ล่าสุด  


ข่าวทั่วไปล่าสุด  


อังกฤษวันละคำล่าสุด  

บทความที่พรั่งพร้อมไปด้วยความรู้ กศน. บอกเล่าสิ่งดีๆที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษาไทย !!!
 
บทความดีๆ จาก อ.เอกชัย [อ่านทั้งหมดที่นี่]
สาระน่ารู้..สำหรับชาว กศน. [อ่านทั้งหมดที่นี่]
 
   

 

เว็บครู กศน. ดอทคอม www.krukorsornor.com
เว็บไซต์เล็กๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการ
ทำงานและใช้เป็นช่องทางในการรับข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ทันสมัย
เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนมาใช้ในการปฎิบัตงาน

  | ADMIN | สำนักงาน กศน. | กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ | กลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ | ศูนย์ฯ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ(ศกพ.) | สถาบันการศึกษาทางไกล | สถาบัน กศน. กทม. |สถาบัน กศน.ภาคเหนือ| สถาบัน กศน.ภาคกลาง |สถาบัน กศน.ใต้ |กศน.ภาคตะวันออก |กศน.อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | กระทรวงศึกษาธิการ | สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร
Display Pagerank l