[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by ## MAXSITE 1.10 plus ##
+Post : วันอังคาร ที่ 28 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555
 
แชร์ข่าวให้เพื่อน>>>

Advertisement


Advertisement

นำเสนอข่าวและบทความ >>>>โดย ครู กศน.ดอทคอม

          ในขณะที่ไทยมีแผนแจกแทบเล็ตให้เด็ก ป. 1 ใช้ในการเรียนการสอนตามแผนปฏิรูปการศึกษานั้น หลายประเทศทั่วโลกก็กำลังดำเนินการแปลงโฉมการเรียนการสอนเช่นกัน อันอาจส่งผลให้หนังสือแบบเรียนเริ่มหายไปจากห้องเรียนของบางประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศ “คำสัญญาดิจิทัล” พร้อมกับที่นายอาร์เน ดันแคน รัฐมนตรีศึกษาธิการ และนายจูเลียส จีนาคอว์สกี ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารของรัฐบาลกลาง (เอฟซีซี) ท้าทายโรงเรียนและบริษัทต่างๆ ให้พัฒนาและนำแบบเรียนไปปรับเป็น “หนังสือดิจิทัล” เพื่อใช้ในการเรียนการสอนภายใน 5 ปี
          หนังสือดิจิทัล ถูกมองว่าเป็นหนทางหนึ่งสำหรับการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ ทั้งยังน่าจะประหยัดเงิน และสามารถปรับปรุงแบบเรียนให้ทันสมัยภายในเวลาอันรวดเร็ว
          ฟลอริดา เป็นรัฐแรกของสหรัฐที่กำหนดให้จัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ดิจิทัลในโรงเรียน เอกชนทุกแห่ง โดยนับจากปี 2558 อุปกรณ์การสอนทั้งหมดในเกรด 12 ต้องอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล ส่วนรัฐแคลิฟอร์เนียได้ริเริ่มแบบเรียนดิจิทัลเมื่อปี 2552 ในรูปแบบของการให้ดาวน์โหลดบทเรียนฟรีสำหรับนักเรียนเกรด 9-12 สำหรับวิชาเรขาคณิต พีชคณิต ตรีโกณ แคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมี ชีวภาพ ด้านโรงเรียนเอกชนและเขตต่างๆ ในเมืองโจปลิน รัฐมิสซูรี ก็ใช้แล็ปทอปแทนที่หนังสือแบบเรียนมาตั้งแต่หนังสือปลิวหายไปกับทอร์นาโด
          อย่างไรก็ตาม โรงเรียนหลายแห่ง ขาดแคลนศักยภาพในการวางระบบบรอดแบนด์ จัดหาคอมพิวเตอร์ หรือแทบเล็ต ขณะเดียวกัน การหาเงินทุนในการพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ยังถือเป็นเรื่องยากในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังตกสะเก็ดของสหรัฐ
          “เราอยากให้เด็กแบกกระเป๋าหนักอึ้งไปโรงเรียนทุกวันเหรอ หนังสือที่แบกไปโรงเรียนก็มีราคาไม่น้อย ส่วนใหญ่อยู่ที่ 50 ,60 หรือ 70 ดอลลาร์และหลายเล่มกำลังล้าสมัย หรือเราอยากให้เด็กใช้อุปกรณ์พกพาที่สามารถบรรจุเนื้อหาได้มากกว่าและปรับ ปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยได้เป็นประจำ ผมคิดว่าทางเลือกในเรื่องนี้ง่ายมาก” นายดันแคนกล่าว
          ขณะที่นายจีนาคอว์สกี กล่าวว่า การหันไปใช้แบบเรียนดิจิทัล จะช่วยปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ พร้อมแสดงความหวังว่าการเรียนรูปแบบนี้จะมีประสิทธิภาพในเรื่องต้นทุนในระยะ ยาว โดยเฉพาะเมื่อราคาแทบเล็ตลดลง
          “เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือเรียนและเจอสิ่งที่ไม่รู้ นักเรียนก็ไม่ทราบจะไปถามใคร แต่ถ้าอ่านจากแบบเรียนดิจิทัล นักเรียนสามารถหาข้อมูลเพิ่มจากเว็บไซต์ต่างๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการหาความหมายของศัพท์ หรือการแก้โจทย์คณิตศาสตร์” นายจีนาคอว์สกีระบุ
          นายเจย์ ดิสคีย์ ผู้อำนวยการบริหารแผนกโรงเรียน แห่งสมาคมสิ่งพิมพ์อเมริกัน กล่าวว่า มีการใช้เงินปีละประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดทำหนังสือแบบเรียนสำหรับเด็กอนุบาลไปจนถึงเกรด 12 และบริษัทที่ทำหนังสือแบบเรียนก็ได้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรับมือการแปลงโฉมอุตสาหกรรมในช่วง 5-8 ปีที่ผ่านมา แต่ในหลายกรณีกลับปรากฏว่าโรงเรียนเป็นฝ่ายที่ไม่พร้อมในส่วนของการติดตั้ง อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการเรียนแบบใหม่
          ด้าน น.ส.แองจี เบเซนดอร์เฟอร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการศึกษาในเมืองโจปลิน กล่าวว่า การตอบรับของนักเรียนสำหรับแบบเรียนดิจิทัลมีแตกต่างกันไป เด็กบางคนที่คุ้นเคยกับการตอบคำถามตอนท้ายบทเรียน พบว่าการเปลี่ยนไปใช้แบบเรียนดิจิทัลเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่เด็กบางคนก็ชอบมาก
          อุปสรรคในการเปลี่ยนไปใช้แบบเรียนดิจิทัลยังรวมถึงกฎระเบียบด้านการประมูล ภาครัฐที่ล้าสมัย การขาดแคลนอุปกรณ์และเนื้อหา (คอนเทนท์) ที่สอดรับกัน ต้นทุนในการเชื่อมต่อหรือออนไลน์ และการบริหารในช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปใช้การเรียนการสอนแบบใหม่
          ทั้งนี้ เมื่อทศวรรษ 90 เอฟซีซีจัดทำโครงการ “อี-เรต” เพื่อเชื่อมห้องสมุดและห้องเรียนทุกแห่งในอเมริกาให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต สำหรับปูทางสู่การปฏิวัติการเรียนในยุคบรอดแบนด์ นั่นคือ แบบเรียนดิจิทัล หลังจากข้อมูลระบุว่า การสอนที่มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องช่วย สามารถลดเวลาในการเรียนรู้บทเรียนลงได้ถึง 80% นอกจากนั้น ครูอเมริกัน 81% ยังรู้สึกว่าแทบเล็ตจะทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่โปรเจคเรด ระบุว่า หากนักเรียนทุกคนเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะทำให้ประสบความสำเร็จทางวิชาการมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม
          อย่างไรก็ตาม สหรัฐนับว่าตามหลังประเทศอื่น อย่างเกาหลีใต้ ในเรื่องของการเปลี่ยนไปใช้แบบเรียนดิจิทัล นอกจากนั้น คนอเมริกันประมาณ 1 ใน 3 หรือ 100 ล้านคน ยังไม่มีบรอดแบนด์ใช้ที่บ้าน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำการบ้านของเด็กบนแบบเรียนดิจิทัล
          เมื่อปลายปีที่แล้ว เกาหลีใต้ ตั้งเป้านำหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งหมดแปลงเป็นดิจิทัลภายในปี 2558 ภายใต้แนวคิด “การศึกษาอย่างชาญฉลาด” ในรูปของการจัดวางเครือข่ายไร้สายในโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ “ทุกที่ ทุกเวลา” รวมถึงจัดวางระบบข้อมูลด้านการศึกษาให้สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี แล็ปทอป แทบเล็ต หรือทีวีที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
          นายจู โฮ ลี รัฐมนตรีศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนตลาดคอนเทนท์แบบเปิด ที่ประกอบด้วย วัตถุดิบในการเรียนรู้ที่หลากหลาย ภายใต้เป้าหมายของการส่งเสริมคุณภาพและดึงต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป พร้อมอธิบายแบบเรียนดิจิทัลเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างจังหวัดที่ขาดแคลนครู เฉพาะด้าน สามารถเรียนรู้วิชาเฉพาะด้านได้ ทั้งยังเป็นการง่ายสำหรับนักเรียนในการเรียนรู้ที่บ้าน
          วัยรุ่นเกาหลีใต้น่าจะพร้อมต้อนรับเทคโนโลยีใหม่ด้านการศึกษา เพราะองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) พบว่าเด็กอายุ 15 ปีในเกาหลีใต้ เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากที่สุดในบรรดา 16 ประเทศที่ทำการสำรวจ
          ความโดดเด่นของเกาหลีใต้ไม่ได้มาจากโชคช่วย เพราะองค์การยูเนสโกได้บันทึกวิธีการของเกาหลีใต้ในการควบคุมการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการศึกษาอย่างระมัดระวัง
          อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน คำถามสำคัญ คือ เทคโนโลยีในห้องเรียนจะสร้างความแตกต่างได้จริงหรือไม่
          การศึกษาของมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ในอังกฤษ พบว่าเทคโนโลยีดิจิทัลในห้องเรียน อาจช่วยดึงความสนใจของนักเรียนมาสู่การเรียนรู้และอาจช่วยโรงเรียนประหยัด เงินได้ แต่จุดอ่อนอาจอยู่ที่ครู ซึ่งต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติม เรียนรู้วิธีผสานสื่อหรือข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้าไปในแผนการเรียนการสอน
          “ข้อเท็จจริงที่น่าเศร้า คือ นักเรียนในห้องที่เต็มไปคอมพิวเตอร์ กระดานดำอินเตอร์แอ็คทีฟ และเทคโนโลยีการสอนเคลื่อนที่ต่างๆ อาจเรียนได้แย่พอๆ กับนักเรียนในห้องที่นั่งบนเก้าอี้ไม้และขีดเขียนบนกระดานดำ” นายเดวิด เวสทัน ครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาอินฟอร์มเอดูเคชัน แห่งอังกฤษ แสดงทัศนะ
          แม้มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์สมัยใหม่จะดึงดูดและ ท้าทายนักเรียน แต่นายเวสทันมองว่าหากไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชี่ยวชาญหรือความ ชำนาญด้านการสอน เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีสมัยใหม่ สถานศึกษาที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ก็เสี่ยงที่จะเสียทั้งเวลา เงิน และโอกาส
          "อุปสรรค คือ การขาดแคลนอุปกรณ์เนื้อหาที่สอดรับรวมถึงต้นทุนออนไลน์"

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ผู้เข้าชม : 3844 ครั้ง


www.krukorsornor , ครู กศน.คอม ,ครู กศน , ครู nfe , พนักงานราชการ กศน. ,ข่าวการศึกษา, แจก code ข่าว , แจกโค๊ดข่าวการศึกษา, แจก code ข่าวการศึกษา ,ข้อสอบผู้บริหร กศน , ครูผุ้ช่วย กศน. , ครุกศน, ครูอาสา กศน.,ครูอาสาสมัคร
 หนังสือราชการ กศน.ที่นี่   [อ่านทั้งหมดที่นี่]


 คลังข้อสอบครู กศน./พนักงานราชการ กศน./ครูผู้ช่วย กศน.   [ดูแนวข้อสอบทั้งหมด ที่นี่]


 พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับ กศน.   [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]


 สาระน่ารู้กับครูเอกชัย.  [ดูบทความทั้งหมด ที่นี่]

Advertisement
บทความ กศน.ล่าสุด
 
เปิดดู 2314 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2563 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2091 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2084 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2379 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2110 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2086 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2161 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2308 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2308 ครั้ง
24 / พ.ค. / 2560
  ข่าวด่วน กศน.ล่าสุด
 
เปิดดู 7915 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 4836 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 6519 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 4518 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 4015 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 6134 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 5981 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 3964 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 16575 ครั้ง
5 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 5268 ครั้ง
5 / พ.ย. / 2558
ข่าวเด่นวันนี้..
 
เปิดดู 2639 ครั้ง
7 / มิ.ย. / 2560
 
เปิดดู 2400 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2290 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2264 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2235 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2296 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2337 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2161 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2482 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2179 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560

เว็บครู กศน. ดอทคอม www.krukorsornor.com
เว็บไซต์เล็กๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการ
ทำงานและใช้เป็นช่องทางในการรับข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ทันสมัย
เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนมาใช้ในการปฎิบัตงาน

  | ADMIN | สำนักงาน กศน. | กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ | กลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ | ศูนย์ฯ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ(ศกพ.) | สถาบันการศึกษาทางไกล | สถาบัน กศน. กทม. |สถาบัน กศน.ภาคเหนือ| สถาบัน กศน.ภาคกลาง |สถาบัน กศน.ใต้ |กศน.ภาคตะวันออก |กศน.อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | กระทรวงศึกษาธิการ | สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร | เปิดสอบตำรวจ ทหาร ปี 2557