[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by ## MAXSITE 1.10 plus ##
+Post : วันศุกร์ ที่ 2 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555
 
แชร์ข่าวให้เพื่อน>>>

Advertisement


Advertisement

นำเสนอข่าวและบทความ >>>>โดย ครู กศน.ดอทคอม

          “สกู๊ปหน้า 1” ฉบับเมื่อวานนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “ยกเครื่องการศึกษาไทย : สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง” ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ให้เห็นคุณภาพการศึกษาของไทยนับวันตกต่ำถอยหลังลงคลอง

          ยิ่งนำผลทดสอบระดับนานาชาติมาเปรียบเทียบ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัด คุณภาพ “ยิ่งเรียนยิ่งโง่” เพราะเรียนหนัก จำนวนชั่วโมงเรียนมากกว่า...แต่ผลสอบกลับแพ้ประเทศที่เรียนน้อยกว่าซะอีก
          หลายคนอาจจะเห็นต่าง...เป็นไปได้อย่างไรที่การศึกษาไทยแย่ถึงขนาดนั้น
          ในเมื่อที่ผ่านมา มีการสอบแข่งขันระดับโลก แข่งขันโอลิมปิกวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ นักเรียนไทยจากโรงเรียนมีชื่อเสียง คว้าเหรียญทอง เหรียญเงินกลับมาอวดคนไทยได้ทุกปี...จะหาว่าคุณภาพการศึกษาไทยไม่ดีได้อย่างไร
          ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ หนึ่งในทีมวิจัยทีดีอาร์ไอ อดีตเคยสอบได้ที่หนึ่งของประเทศไทยเมื่อปี 2526 และ 2527 กลับมองว่า ปรากฏการณ์เด็กไทยได้เหรียญทองโอลิมปิก เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า การศึกษาไทยมีความเหลื่อมล้ำทางคุณภาพระหว่างโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย
          และแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนไทย เป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียม
          ลูกคนรวย เรียนโรงเรียนดัง คุณภาพสูง...ในขณะที่ลูกชาวบ้านทั่วไป ลูกคนจน เรียนในโรงเรียนทั่วไป ได้คุณภาพการศึกษาอีกระดับ
          เรื่องแบบนี้มีมาช้านานและปฏิเสธไม่ได้ว่า เมืองไทยไม่มีเรื่องเช่นนี้ เพราะนี่คือต้นตอของแป๊ะเจี๊ย ที่ยังไม่มีรัฐมนตรี ด็อกเตอร์คนไหนแก้ได้
          และที่บอกว่า...เมืองไทยได้ขยายโอกาสทางการศึกษามากขึ้น ที่ผ่านมามีการตั้งกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตั้งแต่มัธยมปลายจนถึงปริญญาตรี
          แทนที่จะช่วยให้เด็กไทยมีการศึกษาอย่างเท่าเทียมมากขึ้นตามความรู้สึก...แต่ผลที่ออกมาหาได้เป็นเหมือนที่สังคมไทยรู้สึกไม่
          เพราะการวิจัยที่นำอัตราการเข้าเรียนต่อของเด็ก มาแบ่งแยกตามฐานะของครอบครัว ตั้งแต่กลุ่มที่จนสุด ไปจนถึงกลุ่มรวยสุด
          ปรากฏว่า เด็กกลุ่มจนสุด มีอัตราการเข้าเรียนต่อ ม.ปลาย สูงขึ้นจากเดิมปี 2529 มีอัตราเข้าเรียนต่อ 6.7% ได้เพิ่มเป็น 53.7% ในปี 2552...ขณะเดียวกัน กลุ่มรวยสุด จากเดิมมีอัตราเข้าเรียนต่ออยู่ที่ 44.8% ได้เพิ่มมาเป็น 79.2%
          ตัวเลขนี้ ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ อีกหนึ่งในทีมวิจัยทีดีอาร์ไอ ชี้ว่า ช่วยให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำการเข้าเรียนต่อ ม.ปลาย ของคนจนกับคนรวยลดลงจาก 38.1% เหลือเพียง 25.5%
          “แต่ตัวเลขการเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาหรือปริญญาตรี กลับมีทิศทางตรงข้าม จากเดิมปี 2529 ช่องว่างการเข้าเรียนต่อของคนจนกับคนรวย อยู่ที่ 18.5% มาปี 2552 ช่องว่างถ่างมาเป็น 42.5%”
          นับแต่มีการจัดตั้ง กยศ. ช่องว่างความเหลื่อมล้ำตรงนี้ เพิ่มมากขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัว
          สะท้อนให้เห็นว่า การช่วยเหลือด้วยเงินเพียงอย่างเดียว ไม่ช่วยให้ช่องว่างทางการศึกษาระหว่างคนจนกับคนรวยดีขึ้นแต่อย่างใด
          ดร.ดิลกะ ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่จะทำให้ลูกคนจนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาเท่าเทียม นั่นคือ...เด็กไทยทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบมีคุณภาพอย่างทั่วถึงด้วย
          ลูกคนจนถึงจะสามารถเข้าศึกษาต่อได้เหมือนลูกคนรวย
          เพราะถ้าการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ดี คุณภาพไม่พอ เด็กยากที่จะเข้าศึกษาต่อได้...เรียนไปก็ไม่รอด ไม่จบ ไม่เรียนดีกว่า
          คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานต่างหากเป็นวิกฤติของการศึกษาไทย ที่จำเป็นจะต้องเร่งรีบกอบกู้แก้ไข
          “บ้านเราไม่มีระบบตรวจสอบได้ว่า โรงเรียนไหนสอนเด็กมีคุณภาพ พ่อแม่จะเลือกโรงเรียนให้ลูก ไม่มีอะไรมาเป็นตัวชี้วัดได้เลย ทำได้แค่ดูยี่ห้อโรงเรียนดังเท่านั้นเอง เชื่อตามที่เขาว่าๆ กันมา โดยไม่สามารถรู้ได้เลยว่า โรงเรียนนั้นจะสอนได้ดีเหมือนเก่าหรือเปล่า
          ระบบตรวจสอบที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ศมส.หรือสำนักงานรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา เน้นประเมินไปที่ตัวโรงเรียน ครู อาจารย์เป็นหลัก แต่ไม่มีการประเมินเลยว่า เด็กเรียนแล้วจะได้ความรู้ขนาดไหน
          การประเมินคุณภาพครูก็เช่นกัน เน้นแต่เรื่องนามธรรม ความประพฤติ คุณธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ การประเมินสอนแล้วเด็กจะได้ความรู้มีคุณภาพหรือเปล่า ไม่มีตัวชี้วัด
          แม้แต่ผลการสอบ O-NET ที่พอจะนำมาใช้ประเมินได้ว่า โรงเรียนแต่ละแห่งสอนแล้วได้ผลยังไง กลับไม่มีการนำข้อมูลมาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้ใช้เป็นข้อมูลเลือกโรงเรียนให้ลูกหลาน กลับไม่นำมาใช้ประโยชน์ให้กับสังคมแต่อย่างใด เพราะโรงเรียนยี่ห้อดังบางแห่งโวย ผู้บริหารอับอาย รับไม่ได้ผลการสอบตกต่ำกว่ามาตรฐาน”
          ถ้าเปรียบโรงเรียนเป็นโรงงาน ระบบตรวจสอบที่ใช้กันอยู่ ตรวจกันแค่ดูว่าโรงงานสะอาดแค่ไหน เครื่องไม้เครื่องมือได้มาตรฐาน พนักงานแต่งกายเรียบร้อยหรือไม่เท่านั้นเอง
          ไม่เคยมีการตรวจดูเลยว่า สินค้าที่ออกจากโรงงาน หรือเด็กที่จบจากโรงเรียนได้คุณภาพตรงตามมาตรฐานหรือเปล่า
          ผลที่ได้จากการวิจัย ถ้าจะให้ลูกหลานไทยได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ ประเทศไทยต้องเปลี่ยนระบบการประเมินผลใหม่...หันมาใช้ระบบความรับผิดชอบในการจัดการศึกษา
          ยกเลิกระบบรับรองมาตรฐานของ ศมส.ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แล้วหันมาใช้คะแนนสอบมาตรฐานของนักเรียนมาเป็นตัวประเมินผลโรงเรียนและครูแทน
          กระทรวงศึกษาธิการต้องจัดให้มีการสอบมาตรฐานในทุกระดับชั้นเรียน เพื่อเป็นฐานการสร้างระบบความรับผิดชอบทางการศึกษา และต้องเปิดเผยข้อมูลผลการสอบของโรงเรียนแต่ละแห่งให้สาธารณชนได้รับรู้ด้วย
          โรงเรียนไหนผลการสอบมาตรฐานของเด็กออกมาดี ต้องได้ความดี ความชอบ ให้รางวัลแก่ผู้บริหารโรงเรียนและครูตามความสามารถ
          ในการยกระดับผลการเรียนของเด็ก เพื่อจะได้เป็นแรงกระตุ้นให้โรงเรียนและครูปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน
          สรุปแล้ว คุณภาพโรงเรียนและครูวัดให้จากคุณภาพคะแนนสอบมาตรฐานของเด็กเป็นหลัก...โรงเรียนใหญ่มีตึกสูง ครูสวยหล่อ ครูใหญ่ใส่สูทพูดจาไพเราะหรือเปล่า ไม่สน
          ส่วนเรื่องจะปฏิรูปโรงเรียนให้อยู่กับกระทรวงศึกษา หรือไปอยู่กับ อปท. จะให้โรงเรียนมีความอิสระแค่ไหน ผู้บริหารมีอิสระที่จะคิดทำอะไรเองก็ได้ ประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมให้กำหนดหลักสูตรหรือเปล่า
          ไม่ต้องพูดถึง เพราะต่อให้อิสระแค่ไหน สังกัดอยู่กับหน่วยงานเลอเลิศปานใดก็ตาม...ถ้าไม่มีระบบวัดผลจากความรับผิดชอบในผลการเรียนการสอน
          ผลงานที่ออกมา อีหรอบเดิม...ยิ่งเรียนยิ่งโง่
          แถมพ่อแม่ต้องพลอยโง่เสียตังค์แพงอีกต่างหาก.

          ที่มา: http://www.thairath.co.th


ผู้เข้าชม : 4741 ครั้ง


www.krukorsornor , ครู กศน.คอม ,ครู กศน , ครู nfe , พนักงานราชการ กศน. ,ข่าวการศึกษา, แจก code ข่าว , แจกโค๊ดข่าวการศึกษา, แจก code ข่าวการศึกษา ,ข้อสอบผู้บริหร กศน , ครูผุ้ช่วย กศน. , ครุกศน, ครูอาสา กศน.,ครูอาสาสมัคร
 หนังสือราชการ กศน.ที่นี่   [อ่านทั้งหมดที่นี่]


 คลังข้อสอบครู กศน./พนักงานราชการ กศน./ครูผู้ช่วย กศน.   [ดูแนวข้อสอบทั้งหมด ที่นี่]


 พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับ กศน.   [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]


 สาระน่ารู้กับครูเอกชัย.  [ดูบทความทั้งหมด ที่นี่]

Advertisement
บทความ กศน.ล่าสุด
 
เปิดดู 2314 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2563 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2091 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2084 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2379 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2110 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2086 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2161 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2308 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2308 ครั้ง
24 / พ.ค. / 2560
  ข่าวด่วน กศน.ล่าสุด
 
เปิดดู 7915 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 4836 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 6519 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 4518 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 4015 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 6134 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 5981 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 3964 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 16575 ครั้ง
5 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 5268 ครั้ง
5 / พ.ย. / 2558
ข่าวเด่นวันนี้..
 
เปิดดู 2639 ครั้ง
7 / มิ.ย. / 2560
 
เปิดดู 2400 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2290 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2264 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2235 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2296 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2337 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2161 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2482 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 2179 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560

เว็บครู กศน. ดอทคอม www.krukorsornor.com
เว็บไซต์เล็กๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการ
ทำงานและใช้เป็นช่องทางในการรับข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ทันสมัย
เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนมาใช้ในการปฎิบัตงาน

  | ADMIN | สำนักงาน กศน. | กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ | กลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ | ศูนย์ฯ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ(ศกพ.) | สถาบันการศึกษาทางไกล | สถาบัน กศน. กทม. |สถาบัน กศน.ภาคเหนือ| สถาบัน กศน.ภาคกลาง |สถาบัน กศน.ใต้ |กศน.ภาคตะวันออก |กศน.อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | กระทรวงศึกษาธิการ | สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร | เปิดสอบตำรวจ ทหาร ปี 2557