[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by ## MAXSITE 1.10 plus ##
+Post : วันพุธ ที่ 28 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2554
 
แชร์ข่าวให้เพื่อน>>>

Advertisement


Advertisement

นำเสนอข่าวและบทความ >>>>โดย ครู กศน.ดอทคอม

          “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษา ความเป็นไทยใส่ใจเทคโนโลยี” เป็นคำขวัญวันเด็กประจำปี 2555 ที่นายกรัฐมนตรีหญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มุ่งหมายให้ความสำคัญกับเด็กไทยรู้รักสามัคคี ใฝ่หาความรู้ รวมไปถึงยังคงรักษาความเป็นไทยควบคู่ไปกับการเรียนรู้ในเรื่องเทคโนโลยีได้ อย่างเหมาะสม
          ปัญหามีว่า...เด็กไทยกับการเรียนรู้ในวันนี้มีสถิติไม่ค่อยสวยหรูเท่าใดนัก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เปิดสถิติล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า โอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยสวนทางกับอายุ...
          เด็กวัยเรียนอายุ 6-24 ปี จำนวน 19.2 ล้านคน เป็นผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในปีการศึกษา 2551 จำนวน 13 ล้านคน หรือคิดเป็นอัตราการเข้าเรียน ร้อยละ 67.5
          พิจารณาตามกลุ่มอายุจะพบว่า เด็กอายุ 6-11 ปี มีอัตราการเข้าเรียนมากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 99.4 รองลงมา...เด็กกลุ่มอายุ 12-17 ปี ร้อยละ 87.1 และเยาวชนอายุ 18-24 ปี อยู่ที่ร้อยละ 26.1
          ในแง่โอกาสทางการศึกษาตามระดับการศึกษาและระดับภาคจะพบว่า ทุกภาคมีอัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาประมาณร้อยละ 90...ภาค
          เหนือสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 92.5 และเริ่มลดลงในระดับมัธยมศึกษาแต่ก็ยังเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง เกินร้อยละ 70
          กระทั่งเข้าระดับอุดมศึกษา มีความแตกต่างระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคอื่นๆชัดเจน นั่นคือ เด็กเยาวชนกรุงเทพฯมีโอกาสเข้าเรียนร้อยละ 28.4 ขณะที่ภาคอื่นๆเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 13 เท่านั้น
          เหตุผลสำคัญ...ไล่เรียงตั้งแต่เรียนจบการศึกษาระดับหนึ่งระดับใดแล้วก็ไม่ เรียนต่อ ส่วนใหญ่มักจะเรียนจบระดับมัธยมศึกษา เหตุผลรองลงมา...ไม่มีเงินเรียน ป่วยพิการ ต้องทำงาน โรงเรียนอยู่ไกล ไม่มีสูติบัตร ไม่มีสัญชาติไทย มีปัญหาเรื่องภาษา เป็นต้น
          เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องแก้ปัญหาถ้าอยากให้เด็กไทยส่วนใหญ่ได้เรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น
          ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งแนวทางของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชนมี ว่า...“การเรียนรู้เรียนได้ตลอดชีวิต ไม่ใช่สิ้นสุดเฉพาะวัยเรียน”
          โจทย์การเรียนรู้ที่ต่างกันในแต่ละช่วงวัย เริ่มจากระดับปฐมวัย (0-5 ปี)... เวลาทองของการพัฒนาสมองและร่างกายช่วง 0-3 ปี ช่วงเวลานี้พ่อแม่ เป็นรากฐานสำคัญ สร้างการเรียนรู้ได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์ ไม่ปิดกั้นความอยากรู้ จินตนาการ
          เข้าสู่ช่วง 5–14 ปี...วัยเรียนรู้พื้นฐาน ควรที่จะมีความสุขกับการเรียน รักการเรียนรู้เป็นนิสัยไปตลอดชีวิต ค้นหาความถนัดของตนเอง ทักษะการใช้ชีวิตคุณลักษณะที่ดีงาม ทักษะการคิดเท่าทันการเปลี่ยน แปลงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
          ช่วงอายุ 15-24 ปี...วัยเตรียมทำงาน ช่วงเวลานี้สำคัญที่ความคิดวิเคราะห์ ใช้เหตุใช้ผล ใช้ประโยชน์ได้จริงจากการเรียนประยุกต์ในการทำงาน สร้างประสบการณ์ในวิชาชีพ...อาชีพ และในช่วงสุดท้าย...วัยทำงานเป็นต้นไป ก็ยังต้อง เรียนรู้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการทำงานต่อเนื่อง พัฒนาความรู้ใหม่ๆ ให้ทันโลก
          แน่นอนว่าในการเรียนรู้จำเป็นต้องมีครูที่ดีมีประสบการณ์ เพื่อที่จะถ่ายทอดความรู้ในช่วงเวลาต่างๆได้อย่างเหมาะสม ลงตัว ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้ทัศนะถึง “ครูสายพันธุ์ใหม่” ไว้น่าสนใจ
          คุณหมอธีระวัฒน์ บอกว่า ที่เราได้เห็นจริงประจักษ์แก่สายตา ก็คือ ความล่มสลายทางระบบการศึกษาของประเทศไทย การเรียนการสอนที่มุ่ง แต่การทำข้อสอบ การแก่งแย่งเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อปริญญา เต็มไปด้วยการท่องจำ ภาคปฏิบัติทำไม่ได้ หาความรู้เองไม่เป็น เพราะไม่อยู่ในตำรา
          “ไม่น้อย...เรียนจบมาแล้วก็หลีกเลี่ยงทำงานหนัก รับแต่งานเบา แต่ผลตอบแทนต้องสูง ไม่ค่อยมีหรือไม่ชอบการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ความรับผิดชอบต่ำ บริษัท สถาบันเอกชนต่างมีปัญหาในการรับบุคลากรเข้าทำงาน ทั้งๆที่มีปริญญารองรับ แต่คุณภาพไม่ถึง...”
          องค์กรวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการ...แล็บ หานักวิทยาศาสตร์... เทคนิเชี่ยนทดแทนยาก แม้แต่การสืบทอดตำแหน่งผู้บริหาร ผู้ที่ต้องเป็นมันสมองในการวางนโยบาย รวมทั้งต้องมีความคิดริเริ่ม คิด... “บูรณาการ” โดยดูการทำงานโครงสร้างเป็นระบบ และไม่ยึดติดรูปแบบ มีการผสมผสานความร่วมมือต่างสถาบัน องค์กร
          ลองนึกถึงภาวะบรรยากาศในการทำงานของเราเองขณะนี้ นึกถึงการแก้ปัญหาของรัฐบาลทุกคณะที่ผ่านมาทั้งหมด น่าจะส่อถึงคุณภาพของคนไทยว่าด้อยค่าลงขนาดไหน คิดและทำแคบ ติดอยู่ในกล่อง การศึกษาตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม และระดับอุดมศึกษา
          “คุณครู” ถือเป็นหลักสำคัญของประเทศ จะทำอย่างไรกับปมปัญหาขณะนี้...เริ่มจากครูที่ถูกกำหนดให้ทำงานเพื่อเพิ่ม พูนวิทยฐานะ หรืออยู่ในระบบ โดยไม่ได้เกี่ยวกับงานสำคัญที่ต้องสอนสั่งให้ลูกศิษย์
          ถัดมา...ครูอาจจะไม่ได้มีรากฐานของความรู้ วิชา ในการที่จะสอนให้ลูกศิษย์เก่งจริง เพราะครูก็ยังต้องท่องจำเพื่อมาสอน และออกข้อสอบตรงกับที่ตนเองเรียน โดยไม่ได้มีประสบการณ์มาก่อน เช่น ครูสอนชีววิทยา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
          ประการที่สาม...ครูเป็นจำนวนมหาศาลก็ยังเป็นบุคคลที่มีภาระ ต้องดูแลตนเอง ครอบครัว และยังต้องเป็นตัวอย่างคุณงามความดี ทางจริยธรรม คุณธรรม แต่หลายคนก็ต้องกู้ จนเป็นหนี้พอกพูนแก้ปัญหาไม่ตก
          ตัวอย่างอีกประการของความไม่สอดคล้องของระบบการศึกษาคือการทำวิจัย มักจะสรุปว่าอยู่ที่งบประมาณของงานวิจัยมีน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศว่ามีปริมาณต่ำกว่าของประเทศเพื่อนบ้าน แต่กระนั้น เมื่อทุ่มเทกำลังทรัพย์ คน งบประมาณ สถานที่ โดยที่สถาบันและมหาวิทยาลัยทุกแห่งในประเทศไทยขณะนี้มีวิสัยทัศน์และพันธกิจ ที่จะเป็น...มหาวิทยาลัยวิจัย ทั้งสิ้น
          ธีระวัฒน์
          แต่...ปัญหาจริงๆ มีว่า จริงหรือ ที่แค่จะอัดฉีดเงินอย่างเดียว โดยไม่ดูคุณภาพของคน วิถีการสร้างคน แล้วจะทำให้คนไทยเก่งจริงได้
          ครูสายพันธุ์ใหม่...ในมุมมองคุณหมอ ธีระวัฒน์ อาจจะต้องเริ่มจากไม่มีหนี้ หรือมีก็อยู่ในเพดานที่หักผ่อนได้จากอัตราเงินเดือน...ถ้ามีคุณภาพไม่เต็ม แก้ว สอนไม่เป็น สอนไม่ดี ไม่สอนให้เด็กคิดเป็นก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ไปรับหน้าที่อื่นๆ เช่น ครูช่วยสอน หรือเปลี่ยนอาชีพตามความเหมาะสม
          ครูที่คุณภาพเข้าเกณฑ์...เป็นครูสายพันธุ์ใหม่ ต้องได้รับผลตอบแทนที่สูงมากกว่า ซึ่ง...“ครูเข้าใหม่” อาจจะเป็นได้ทั้งคนที่จบปริญญาตรี โท เอก แพทย์ วิศวกร สถาปนิก สิ่งแวดล้อม รวมทั้งครูอาสา ซึ่งครูกลุ่มนี้จะสามารถย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องที่เรียนมาโดยตรง ทำวิทยานิพนธ์มาโดยตรง และเห็นเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
          ในขณะเดียวกันส่วนที่ยากที่สุดอีกประการคือ...ประเทศไทยใหม่ (ในอนาคต) จะกำหนดคนไทย และครูสายพันธุ์ใหม่อย่างไรให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดีพร้อม...เกลียดการ โกง...พร้อมทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
          จิ๊กซอว์สำคัญ คุณหมอธีระวัฒน์ บอกอีกว่า ต้องเปลี่ยนระบบติดตามผลของครูใหม่ ไม่ใช่เป็นการสร้างภาระให้ทำงานมากขึ้น โดยเบี่ยงเบนไปจากงานที่ต้องสอนเป็นประจำ และพร้อมกันนั้นครูเหล่านี้ต้องสามารถติดตามวิทยาการก้าวหน้าในสาขานั้นๆ เพื่อสอนนักเรียนได้
          “เหมือนๆกับที่นักวิชาการ ต้องติดตามวารสารความก้าวหน้าใหม่ๆทุกวัน”
          ครูสายพันธุ์ใหม่เท่านั้นที่จะเป็นความหวัง ปั้นเด็กไทยให้ตรงกับคำขวัญนายกฯ ที่ว่า... “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี”
          ครูสายพันธุ์ใหม่เป็นเรื่องเดียวกับอนาคตเด็กไทย ที่ต้องมีโอกาสได้เรียนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันในทุกภาคของประเทศ ไทย...โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ยิ่งเรียนยิ่งเก่ง ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ไม่ใช่ยิ่งเรียนยิ่งโง่.

          ที่มา: http://www.thairath.co.th

ผู้เข้าชม : 3405 ครั้ง


www.krukorsornor , ครู กศน.คอม ,ครู กศน , ครู nfe , พนักงานราชการ กศน. ,ข่าวการศึกษา, แจก code ข่าว , แจกโค๊ดข่าวการศึกษา, แจก code ข่าวการศึกษา ,ข้อสอบผู้บริหร กศน , ครูผุ้ช่วย กศน. , ครุกศน, ครูอาสา กศน.,ครูอาสาสมัคร
 หนังสือราชการ กศน.ที่นี่   [อ่านทั้งหมดที่นี่]


 คลังข้อสอบครู กศน./พนักงานราชการ กศน./ครูผู้ช่วย กศน.   [ดูแนวข้อสอบทั้งหมด ที่นี่]


 พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับ กศน.   [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]


 สาระน่ารู้กับครูเอกชัย.  [ดูบทความทั้งหมด ที่นี่]

Advertisement
บทความ กศน.ล่าสุด
 
เปิดดู 4173 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 5074 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3319 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3582 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 6110 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3240 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3584 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3298 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3882 ครั้ง
25 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3477 ครั้ง
24 / พ.ค. / 2560
  ข่าวด่วน กศน.ล่าสุด
 
เปิดดู 11385 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 6890 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 9340 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 6353 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 5668 ครั้ง
18 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 8058 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 9009 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 5463 ครั้ง
13 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 19012 ครั้ง
5 / พ.ย. / 2558
 
เปิดดู 7137 ครั้ง
5 / พ.ย. / 2558
ข่าวเด่นวันนี้..
 
เปิดดู 5111 ครั้ง
7 / มิ.ย. / 2560
 
เปิดดู 4362 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3972 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3746 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3656 ครั้ง
29 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3870 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 4169 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3459 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 4147 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560
 
เปิดดู 3384 ครั้ง
26 / พ.ค. / 2560

เว็บครู กศน. ดอทคอม www.krukorsornor.com
เว็บไซต์เล็กๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการ
ทำงานและใช้เป็นช่องทางในการรับข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ทันสมัย
เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนมาใช้ในการปฎิบัตงาน

  | ADMIN | สำนักงาน กศน. | กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ | กลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ | ศูนย์ฯ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ(ศกพ.) | สถาบันการศึกษาทางไกล | สถาบัน กศน. กทม. |สถาบัน กศน.ภาคเหนือ| สถาบัน กศน.ภาคกลาง |สถาบัน กศน.ใต้ |กศน.ภาคตะวันออก |กศน.อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | กระทรวงศึกษาธิการ | สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร | เปิดสอบตำรวจ ทหาร ปี 2557