[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by ## MAXSITE 1.10 plus ##
   


 
 

 

  

 

คอลัมน์: บทความพิเศษ: ความล้มเหลวของระบบการประเมินผลการศึกษาไทย : สาเหตุและข้อเสนอแนะ

 

          สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์
          สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

          ในปัจจุบันระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยมีการประเมินผลใน 3 ส่วนคือ การประเมินผลโรงเรียนโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา (สมศ.) การประเมินผลครูโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และการประเมินผลนักเรียนโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) บทความนี้จะวิเคราะห์ว่า ระบบการประเมินผลเหล่านี้มีผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยจริงหรือไม่ มีปัญหาอย่างไร และควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
          ขอเริ่มจากการประเมินโรงเรียน ที่ผ่านมามีการประเมินโรงเรียนในทุกสังกัดไปแล้ว 2 รอบ โดยรอบที่ 2 ทำในช่วงปี 2549-2553 ผลพบว่า มีโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์ในรอบที่ 2 มากกว่าในรอบแรกมาก (ดูภาพที่ 1) ซึ่งน่าจะหมายความว่า การประเมินทำให้โรงเรียนปรับปรุงคุณภาพจนสามารถผ่านเกณฑ์ได้  และน่าจะเป็นเครื่องชี้ว่า ระบบการศึกษาไทยมีคุณภาพสูงขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
          ปัญหาก็คือ ในช่วงเวลาดังกล่าว คุณภาพการศึกษาของไทยเมื่อวัดจากผลสอบมาตรฐานต่างๆ กลับตกต่ำลง ทั้งการสอบมาตรฐานในประเทศ เช่น O-NET และการสอบที่จัดโดยองค์กรในต่างประเทศ เช่น TIMSS และ PISA ซึ่งล้วนชี้ชัดว่า คุณภาพของนักเรียนไทยตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องอย่างน่าใจหาย (ดูภาพที่ 2 กรณีของ TIMSS)
          เราสามารถเข้าใจสาเหตุของความขัดแย้งกันระหว่างคุณภาพของโรงเรียนจากการ ประเมินของ สมศ. กับคะแนนสอบของนักเรียน โดยดูจากตัวชี้วัดที่ สมศ.ใช้ในการประเมินโรงเรียนระดับขั้นพื้นฐานสายสามัญในรอบ 2 ที่ผ่านมา มีตัวชี้วัดที่ใช้ 14 ตัว ซึ่งประเมินผู้เรียน 7 ตัว ประเมินครู/การเรียนการสอน  2 ตัว และประเมินผู้บริหาร 5 ตัว แต่เมื่อดูในรายละเอียดจะพบว่า มีเพียงตัวชี้วัดที่ 5 (ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร) เพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่เป็นการวัดสัมฤทธิผลของนักเรียนอย่างเป็นวัตถุวิสัย (objective) โดยไม่มีดุลพินิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากใช้จำนวนนักเรียนที่ผ่านการสอบมาตรฐาน ที่เหลือเป็นตัวชี้วัดที่แม้จะดูดี แต่ก็ต้องอาศัยดุลพินิจในการวัดสูงมาก เช่น ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและรักการเรียนรู้ (ตัวชี้วัดที่ 6) ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (ตัวชี้วัดที่ 4) เป็นต้น
          ในความเห็นของผู้เขียน การประเมินคุณภาพโรงเรียนในปัจจุบันมีปัญหาสำคัญที่ตัวชี้วัดส่วนใหญ่ไม่ได้ วัดสัมฤทธิผลของนักเรียนอย่างแท้จริง จึงไม่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากนี้การประเมินคุณภาพโรงเรียนที่ผ่านมายังสร้างภาระให้กับครูในการที่ ต้องจัดเตรียมเอกสารต่างๆ มากมาย จึงเหลือเวลาในการเตรียมการสอนน้อยลง ดังที่โครงการ  Teac her Watch  เคยสำรวจพบว่า ร้อยละ 83 ของครูทำงานธุรการร้อยละ 20  ของเวลางาน และร้อยละ 10 ของครูทำงานธุรการร้อยละ 50 ของเวลางาน
          ในส่วนของการประเมินครูเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนปีละ 2 ครั้งนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะกรรมการที่ผู้อำนวยการแต่งตั้งจะประเมินตามแบบ ที่  ก.ค.ศ.กำหนด โดยแบ่งเป็น 4 ด้านคือ ผลงานต่อผู้เรียน ความประพฤติ  คุณธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยมีสัดส่วนคะแนน 60:10:10:20 ตามลำดับ แม้ดูเหมือนว่าผลงานต่อผู้เรียนจะมีน้ำหนักมากที่สุดถึงร้อยละ 60 ก็ตาม  ในทางปฏิบัติ คะแนนสอบมาตรฐานของนักเรียนหรือสัมฤทธิผลทางการเรียนอื่นๆ กลับไม่ได้ถูกนำไปพิจารณาเลย ซึ่งทำให้การเลื่อนขั้นเงินเดือนของครูไม่เชื่อมโยงกับสัมฤทธิผลของนักเรียน อย่างที่ควรจะเป็นอีกเช่นกัน นอกจากนี้ค่าตอบแทนครูยังขึ้นอยู่กับการเลื่อนตำแหน่งและเงินวิทยฐานะ ซึ่งประเมินจาก 3  ด้านคือ วินัยและคุณธรรม ความสามารถ เช่น ความสามารถในการจัดทำแผนการสอน และผลปฏิบัติการ โดยแต่ละด้านมีน้ำหนัก 1/3 เท่ากัน การศึกษาพบว่า การประเมินผลปฏิบัติการนั้นจะพิจารณาผลการเรียนของนักเรียนจากการสอบมาตรฐาน ด้วย แต่มีน้ำหนักเพียงร้อยละ 10 หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 3.3  ของคะแนนทั้งหมด ดังนั้น ผลการประเมินจึงแทบจะไม่ขึ้นอยู่กับผลการเรียนของนักเรียนเลย ภายใต้แรงจูงใจเช่นนี้ ครูย่อมสนใจทำเอกสารเพื่อให้ผ่านการประเมินมากกว่ามุ่งพัฒนาการสอน
          ส่วนในกรณีการประเมินนักเรียนนั้น มีการสอบมาตรฐานในหลายระดับชั้น เช่น O-NET และ NT แต่การสอบเหล่านี้ยังไม่มีการเปิดเผยคะแนนสอบของแต่ละโรงเรียนต่อสาธารณะ อย่างเป็นระบบ และแทบมิได้ถูกนำมาใช้ประเมินโรงเรียนและครูเลย นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อคุณภาพของข้อสอบมาตรฐาน โดยเฉพาะ O-NET
          โดยสรุป ปัญหาของคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยมีสาเหตุมาจากการมีระบบประเมินผล ที่ผิดพลาด โดยการประเมินโรงเรียนและครูแทบจะไม่มีความเชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้ของนัก เรียน และยังสร้างภาระต่อครูมากมาย ซึ่งมีผลในการดึงครูออกจากนักเรียน ส่วนการสอบมาตรฐานนั้น แม้โดยหลักการจะเป็นการวัดการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรง แต่ก็มีปัญหาคุณภาพของข้อสอบ และไม่มีการเปิดเผยคะแนนสอบเฉลี่ยของโรงเรียนต่อสาธารณะอย่างเป็นระบบ ระบบการประเมินที่เป็นอยู่จึงไม่เชื่อมโยงกับการสร้างความรับผิดชอบในการ จัดการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจในการยกคุณภาพการศึกษาเลย
          เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะในการยกระดับคุณภาพของระบบการศึกษาไทย ดังต่อไปนี้
          1.ควรจัดให้มีการสอบมาตรฐานทุกระดับชั้นเรียน หรืออย่างน้อยทุกช่วงชั้นของโรงเรียนทุกสังกัด เพื่อเป็นฐานในการสร้างความรับผิดชอบทางการศึกษา นอกจากนี้ควรใช้ผลการสอบมาตรฐานเป็นเกณฑ์ในการเลื่อนชั้นและการเข้า มหาวิทยาลัยแทนการใช้เกรดเฉลี่ย ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีมาตรฐานที่แตกต่างกันมาก
          2.ปฏิรูปการออกข้อสอบมาตรฐานจากปัจจุบันซึ่งมีปัญหาเรื่อง  คุณภาพของข้อสอบมาก โดยควรออกข้อสอบที่เน้นวัดความเข้าใจ (literacy-based test)  ซึ่งส่งเสริมการคิดของนักเรียน มากกว่าเน้นวัดเนื้อหา (content-based test) ซึ่งส่งเสริมการท่องจำ
          3.เปิดเผยผลคะแนนการสอบมาตรฐานเฉลี่ยเป็นรายโรงเรียน  ต่อสาธารณะ และให้โรงเรียนจัดทำใบรายงานผลของตน (report card) เปรียบเทียบกับโรงเรียนในเขตการศึกษาเดียวกัน และโรงเรียนทั่วประเทศให้แก่ผู้ปกครอง
          4.ยกเลิกระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรืออย่างน้อยต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ให้มีความเชื่อมโยงกับผลการเรียนของนักเรียน
          5.ใช้คะแนนสอบมาตรฐานของนักเรียนในการประเมินผลโรง เรียนและครู  โดยควรใช้การเปลี่ยนแปลง (change) ของคะแนน ซึ่งสะท้อนพัฒนาการของนักเรียน มากกว่าการใช้ระดับคะแนน (level) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่โรงเรียนที่มีทรัพยากรที่แตกต่างกัน
          6.ให้รางวัลแก่ผู้บริหารโรงเรียนและครูตามความสามารถในการยกระดับผลการเรียน ของนักเรียน โดยอาจปรับขั้นเงินเดือนหรือประกาศยกย่อง
          7.สนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางวิชาการแก่โรงเรียน ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น สนับสนุนการประเมินตนเองเพื่อปรับปรุงการสอน
          ยังมีอีกหลายเรื่องที่มีความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งผู้เขียนจะขอแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 





www.krukorsornor , ครู กศน.คอม ,ครู กศน , ครู nfe , พนักงานราชการ กศน. ,ข่าวการศึกษา, แจก code ข่าว , แจกโค๊ดข่าวการศึกษา, แจก code ข่าวการศึกษา ,ข้อสอบผู้บริหร กศน , ครูผุ้ช่วย กศน. , ครุกศน, ครูอาสา กศน.,ครูอาสาสมัคร



ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ กศน.ที่นี่ [อ่านทั้งหมดที่นี่]

..
 
วีดีโอเพื่อการศึกษาการฝึกอาชีพ / สนับสนุนโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน [ดูวีดีโอทั้งหมดที่นี่]
คลังข้อสอบครู กศน./พนักงานราชการ กศน./ครูผู้ช่วย กศน. [ดูแนวข้อสอบทั้งหมด ที่นี่]
พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับ กศน. [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]
พรบ./คำสั่ง/ระเบียบเกี่ยวกับการศึกษา. [ดู พรบ. ทั้งหมด ที่นี่]
สาระน่ารู้กับครูเอกชัย..... [ดูบทความทั้งหมด ที่นี่]
แสดงความคิดเห็น :

 

ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

  ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป  




ข่าวด่วน กศน.ล่าสุด  


ข่าวทั่วไปล่าสุด  


อังกฤษวันละคำล่าสุด  

บทความที่พรั่งพร้อมไปด้วยความรู้ กศน. บอกเล่าสิ่งดีๆที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษาไทย !!!
 
บทความดีๆ จาก อ.เอกชัย [อ่านทั้งหมดที่นี่]
สาระน่ารู้..สำหรับชาว กศน. [อ่านทั้งหมดที่นี่]
 
   

 

เว็บครู กศน. ดอทคอม www.krukorsornor.com
เว็บไซต์เล็กๆ ที่มุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการ
ทำงานและใช้เป็นช่องทางในการรับข่าวสารแลกเปลี่ยนข่าวสารที่ทันสมัย
เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้แลกเปลี่ยนมาใช้ในการปฎิบัตงาน

  | ADMIN | สำนักงาน กศน. | กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ | กลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ | ศูนย์ฯ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ(ศกพ.) | สถาบันการศึกษาทางไกล | สถาบัน กศน. กทม. |สถาบัน กศน.ภาคเหนือ| สถาบัน กศน.ภาคกลาง |สถาบัน กศน.ใต้ |กศน.ภาคตะวันออก |กศน.อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | กระทรวงศึกษาธิการ | สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร
Display Pagerank l